"ผู้สมัครนายก อบต."นำเอกสารเกี่ยวกับคดีมาชี้แจ้ง กรณีถูกผู้สมัครรายอื่นใส่ร้าย

วันที่ 17 พย.64 นายศิวจน์ คูวิจิตรสุวรรณ (อดีตนายกอบต.นาแขม)ผู้สมัครนายก อบต.นาแขมเบอร์2ร้องทุกข์ผ่านสื่อเพื่อขอความเป็นธรรมโดยมีผู้สมัครนายกและสมาชิกสอบ ต.นาแขม ใส่ร้ายป้ายสีตนซึ่งได้ส่งข่าวเก่าที่ตนถูกกล่าวหาทุจริตเงิน อบต.นาแขมเมื่อวันที่ 3 กย.55 สตง.ตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดปราจีนบุรีได้ตรวจสอบการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลนาแขม พบว่ามีการทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลนาแขมเป็นจำนวนเงิน 11,766,936บาท และแจ้งให้ดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลฯจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ หัวหน้าส่วนการคลังว่าได้ทุจริตต่อหน้าที่โดยการนำเช็คที่ได้รับการอนุมัติแล้วไปแก้ไขจำนวนเงินให้เพิ่มขึ้นและได้นำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต

ต่อมา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ ตผ.0002/355 ลงวันที่ 1 พค.56 แจ้งให้นายอำเภอกบินทร์บุรีดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดและละเมิดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่องค์การบริหารส่วนตำบลนาแขมตามพระราชบัญญัติความรับผิดชอบและละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2537 นายอำเภอกบินทร์บุรีจึงมีคำสั่งอำเภอกบินทร์บุรีที่221/2556 ลงวันที่ 15 กค.56 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ทั้งนี้ ในระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้ฟ้องได้ครบวาระการดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขมในวันที่ 20 กย.56 และผู้ฟ้องได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขมอีกสมัย 

แต่มีผู้ทำหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดปราจีนบุรีว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขม ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีมีคำสั่งร้องตามคำวินิจฉัย ที่2/2556 ลงวันที่27กย.56 เนื่องจากเห็นว่านายอำเภอกบินทร์บุรีได้จัดทำบันทึกว่ากล่าวตักเตือนผู้ฟ้องคดีแล้ว เมื่อวันที่4กค.56 ปรากฏตามหนังสืออำเภอกบินทร์บุรีลับ ที่ ปจ.0023.7/7.ลงวันที่ 10 เมย.57 ประกอบกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีหนังสือแจ้งให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขมดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอันเป็นเหตุให้เงินขาดบัญชี โดยไม่ได้ระบุหรือชี้ชัดว่าผู้ฟ้องกระทำความผิดหรือทุจริตต่อเจ้าหน้าที่อันเป็นเหตุให้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตามความในมาตรา 47 ทวิ(2)เห็นพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่5)พ.ศ.2546 และเมื่อวันที่ 13พย.56 คณะกรรมการเลือกตั้งได้ประกาศผลเลือกตั้งให้ผู้ฟ้องคดีได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขม

ต่อมาศาลปกครองกลางมีหนังสือแจ้งคำพืพากษาคดีหมายเลขดำที่ 597/2558 คดีแดงที่891/2560 ลงวันที่ 29พค.2560 ระหว่างนายศิวพจน์ คูวิจิตรสุวรรณ ผู้ฟ้องคดี นายอำเภอกบินทร์บุรี ด้วยคดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 พค.60 ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่512/2557 ลงวันที่ 11พย.57เฉพาะกรณีที่สั่งให้ผู้ฟ้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนวงเงิน2,353,387.20 บาท โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 11 พย.57 ซึ่งเป็นวันออกคำสั่งดังกล่าวแต่หากองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขมได้ชำระหรือสามารถบังคับชำระหนี้จากหัวหน้าส่วนการคลัง ได้เป็นเงินจำนวนเท่าใดให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาหักหรือคืนตามสัดส่วนความรับผิดแล้วแต่กรณีให้กับผู้ฟ้องคดีทั้งนี้ตามความเป็นธรรมแห่งกรณีคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ผู้สมัครนายกอบต.ผู้สมัครสมาชิกสภาอบต.นาแขมที่เป็นคู่แข่งพยายามนำเรื่องเก่าที่ตนเองตกเป็นข่าวมาโจมตีตนเองตลอดเวลาทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงคู่แข่งได้ร้องต่อกกต.จังหวัดซึ่งกกต.จังหวัดและได้เรียกไปชี้แจงและทำความเข้าใจกันแล้วซึ่งกกต.จังหวัดชี้แจ้งว่าตนเองไม่ได้ขาดคุณสมบัติ อยากให้คู่แข่งให้ยุติการโจมตีใส่ร้ายตนเองได้แล้วจากนี้ไปตนเองจะรวบรวมพยานหลักฐานที่คู่แข่งได้นำเรื่องเก่ามาโจมตีสมเด็จตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงและเสียหายเพราะเรื่องที่ตนถูกกล่าวหาทุจริตเงินอบต.นั้นศาลปกครองได้ตัดสินมาแล้วว่าตนเองไม่ผิดตนสามารถลงรับสมัครเลือกตั้งนายกอบต.ได้

ภาพ/ข่าว:ทองสุข สิงห์พิมพ์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประกาศ รายชื่อ 20 นักเตะ ทีมชาติไทย ชุดลุยซีเกมส์ ที่กัมพูชา

เร่งนำผู้ป่วยหายใจติดขัดส่งรพพระมงกุฎเกล้า (มีคลิบ)

“ชนาธิป” ซัดสอง พาไทย ทุบ เวียดนาม 2-0 รอบรองชนะเลิศนัดแรก